#สกู๊ปพิเศษ.. ย้อนรอยเบื้องหลังความตายของ.คดีฆาตกรโหดใช้ฆ้อนทุบหัวแม่ค้าลอตเตอรี่ดับสยอง!!บทสรุปของ1ชีวิตที่ดับลง กับอีก4ชีวิตที่ผจญความลำบาก
loading...
เผาแล้วแม่ค้าลอตเตอรี่..เหลือแต่ความดีไว้ในความทรงจำของผู้คน..กับอีก 4 ชีวิตที่ต้องเผชิญซะตากรรมต่อไป..
วานนี้ ( 7 พ.ค. 60 ) ที่สุสานบ้านใหม่สันตึง หมูที่ 8 ตำบลข่วงเปา อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ได้มีพิธีฌาปนกิจศพของนางสาวธนวรรณ เปอะปันสุข หรือ รส อายุ 43 ปี แม่ค้าขายสลากกินแบ่งรัฐบาล หน้าวัดพระธาตุจอมทอง อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ที่ถูกนายจันทร์ทิพย์ กันทะวงค์ อายุ 51 ปี ภูมิลำเนาตำบลหนองยวง อำเภอเวียงหนองล่องนักพนันลวงไปใช้ฆ้อนทุบหัวก่อนรัดคอฆ่าโหดกลางสวนลำไย ห่างจากบ้านผู้ตาย 1.5 กม.เพื่อหวังชิงทรัพย์ไปใช้หนี้พนันไฮโล
ลำดับเหตุการณ์สืบเนื่องจากการหายตัวไปของนางสาวธนวรรณ เปอะปันสุข แม่ค้าขายสลากกินแบ่งรัฐบาล หน้าวัดพระธาตุจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ได้หายตัวไปหลังจากรับโทรศัพท์จากบุคคลคนหนึ่งเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 2 พ.ค.60 ในวันหวยออก หลังจากออกจากบ้านพักไปขายลอตเตอรี่ตามปกติออกจากบ้านตั้งแต่เวลา 05.30 น.ทุกวัน เพื่อนๆแม่ค้าและญาติเริ่มสงสัยหลังจากโทรศัพท์ไปหาโทรติดแต่ไม่มีคนรับสาย จนกระทั่งช่วงบ่ายวันเดียวกันไม่สามารถติดต่อได้ทางโทรศัพท์หลายคนคาดว่าแบตเตอรี่หมด และหลายคนเริ่มเป็นห่วง ช่วงบ่ายจึงมีการนำภาพของนางสาวธนวรรณไปโพสต์ในเฟซบุ๊คหลายเพจ เช่น จ๋อมตองฮักคุณ เพื่อประกาศตามหาตัว แต่ก็ไร้วี่แวว ขณะที่ทุกคนกำลังคิดไปต่างๆนาๆ เพราะปกติวันหวยออกนางสาวธนวรรณจะไม่ไปไหนไกล ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจแม้ว่ายังไม่ได้รับแจ้งความเพราะการหายตัวไปยังไม่ครบ 24 ชั่วโมง แต่ก็ได้นำกำลังลงพื้นสืบสวนที่เพื่อหาตัวคนหายสร้างความอุ่นใจให้กับญาติๆ ขณะที่ทุกคนตั้งตารอคอยการกลับมาของนางสาวธนวรรณ และฝันร้ายของญาติพี่น้องก็เป็นจริง เมื่อเวลา 18.30 น.ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากเจ้าของสวนลำไยรายหนึ่ง(ขอสงวนชื่อที่อยู่) ว่าขณะที่เดินมาดูสวนลำไยว่าพบศพผู้หญิงถูกฆ่าเสียชีวิต ใกล้กับรถจักรยานยนต์สีแดง ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ หมายเลขทะเบียน จรว. 10 เชียงใหม่ล้มอยู่ พร้อมกับแผงลอตเตอรี่ พ.ต.อ.ไพศาล นันตา
ผกก.สภ.จอมทอง พร้อมด้วย ร.ต.อ.สง่า ยานะโส รองสารวัตรสอบสวน และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบแล้วเดินทางไปสอบสวนที่เกิดเหตุ พร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ที่เกิดเหตุเป็นสวนลำไยติดถนนทางหลวงหมายเลข 108 สายเชียงใหม่-ฮอด บ้านใหม่สันตึง หมู่ที่ 8 ตำบลข่วงเปา ห่างจากถนนประมาณ 5จ เมตร สภาพศพนอนคว่ำหน้าเลือดไหนลงพื้นดิน บริเวณศีรษะถูกตีด้วยของแข็ง 3 แห่ง บริเวณลำคอมีรอยเชือกรัดคอ คาดว่าเสียชีวิตมาประมาณ 5-8 ชั่วโมง ทรัพย์สินที่หายไปเบื้องต้นคาดว่าเป็นกระเป๋าคาดเอวสีน้ำตาล พร้อมกับเงินสดประมาณ 240.000 บาท ส่วนสร้อยคอแหวนต่างหูทองคำคนร้ายไม่ได้นำไป ตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุมีร่องรอยการต่อสู้ พบแว่นสายตาของผู้ชาย และโทรศัพท์สีดำตกห่างจากที่เกิดเหตุเล็กน้อยใกล้กันมีสระน้ำ พบว่าบริเวณใบกล้วยแห้งที่ลอยอยู่กลางสระน้ำมีโทรศัพท์สีขาวของผู้ตายลอยติดอยู่ ไม่จมน้ำ จึงนำไปตรวจสอบแกะรอยนิ้วมือและตรวจสอบว่าใครเป็นคนโทรเข้าสายสุดท้ายหลังจากตรวจสอบเจ้าหน้าที่ได้นำศพส่งเก็บรักษาไว้ที่ รพ.จอมทองเพื่อรอการชันสูตรตามระเบียบ
ขณะเดียวกันทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.จอมทอง ได้มีข้อมูลบางส่วนแล้วหลังจากลงพื้นที่มาในช่วงกลางวัน จึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภาค 5 และตำรวจชุดสืบสวนภูธรจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อตามหาตัวผู้ต้องสงสัยในการฆาตกรรมโหดที่เป็นที่สะเทือนขวัญของชาวอำเภอจอมทอง เพราะนานหลายสิบปีไม่เคยมีเหตุการณ์สะเทือนขวัญแบบนี้ในพื้นที่ หลังจากนั้นช่วงกลางดึกวันเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้นำชายต้องสงสัยที่คาดว่าจะเกี่ยวข้อง ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามแยกต่างๆ ก่อนที่กลางดึกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวชายต้องสงสัยชาวอำเภอเวียงหนองล่อง จังหวัดลำพูน หลักมีข้อมูลเชื่อมโยงว่าเป็นคนเดียวกับที่เคยมาติดพันหม้ายสาวแม่ค้า และเป็นลูกค้าประจำมาหลายเดือน และยังพบว่ารู้จักสนิทสนมกับผู้ตาย เนื่องจากไปรู้จักกันตามบ่อนพนันไฮโลหลายพื้นที่ เนื่องจากชายต้องสงสัยเป็นนักพนันชอบเล่นไฮโลได้เสียจำนวนมาก ส่วนผู้ตายได้ไปขายลอตเตอรี่ตามงานศพและตามบ่อนพนันไฮโลหรือบ่อนวิ่งในพื้นที่จอมทองและพื้นที่เขตรอยต่อหลายแห่ง ข้อมูลเชิงลึกพบว่าผู้ต้องสงสัยเป็นนักพนันตัวยง มีหนี้สินมากมาย นำรถยนต์ไปจำนำที่อำเภอบ้านโฮ่ง 1 คัน นำรถยนต์ไปจำนำที่อำเภอฮอด 1 คัน และช่วงบ่ายวันเดียวกันผู้ต้องสงสัยได้นำเงินสดจำนวน 6 หมื่นบาทไปไถ่ถอนรถยนต์ที่จำนำไว้เขตอำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน และตรวจสอบคนใกล้ชิดก็พบว่าได้ขับรถจักรยานยนต์ออกจากบ้านไปในเวลา 06.00 น.โดยไม่มีใครทราบว่าหายตัวไปไหน เจ้าหน้าที่ใช้เวลาสอบสวนกว่า 5 ชั่วโมงแต่ผู้ต้องสงสัยยังคงให้การปฏิเสธฯ แต่ได้ควบคุมตัวไว้
ช่วงสายในวันที่ 3 พ.ค.60 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งชายต้องสงสัยไปตรวจร่างกายที่ รพ.จอมทอง เพื่อหาหลักฐานร่องรอยการต่อสู้และหลักฐานทางนิติเวชที่เกี่ยวข้อง และนำหลักฐานหลายสิบชิ้นส่งให้ตำรวจพิสูจน์หลักฐานดำเนินการ คดีได้รับความสนใจจากประชาชนหลังข่าวเผยแพร่ออกไป ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นผุ้ใหญ่ได้สั่งกำซับให้เร่งหาตัวฆาตกรที่ก่อคดีมาดำเนินคดีโดยเร็ว ต่อมา พล.ต,ต,พิทยา ศิริรักษ์ รอง ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 และเจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ได้เดินทางไปติดตามความคืบหน้าของคดีที่ สภ.จอมทอง พล.ต.ต.พิทยา ลงมือสอบสวนผู้ต้องสงสัยด้วยตัวเอง ใช้เวลาไม่นานนัก ก่อนที่ผู้ต้องสงสัยคือนายจันทร์ทิพย์ กันทะวงค์ อายุ 52 ปี ชาวตำบลหนองยวง อำเภอเวียงหนองล่อง ผู้ต้องสงสัยจะสารภาพทั้งน้ำตาว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุฆ่านางสาวธนวรรณ เองเพื่อหวังนำเงินไปใช้หนี้พนันไฮโล นายจันทร์ทิพย์เล่าให้เจ้าหน้าที่ฟังว่า ตนเองเป็นนักพนันเดินสายเล่นไฮโลตามบ่อนต่างๆ หมดเงินไปกับการเล่นพนันจำนวนมากหลังจากนั้นเมื่อหลายเดือนก่อนได้รู้จักกับนางสาวธนวรรณหรือ รส แม่ค้าขายหวยภายในบ่อนพนันแห่งหนึ่งที่มาขายหวยเป็นประจำเห็นว่าพกเงินเยอะและใส่สร้อยคอแหวนทองคำของมีค่าติดตัวอยู่ตลอดเวลาประกอบกับเห็นว่าผู้ตายเป็นหม้าย จึงเกิดความโลภวางแผนตีสนิทในเชิงชู้สาวจนไว้เนื้อเชื่อใจกันแต่ผู้ตายไม่ได้ให้ความสำคัญมากกว่าลูกค้าขาประจำที่มักจะซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลครั้งละหลายๆใบ แล้วผู้ต้องหาก็วางแผนฆ่าโหดโดยออกจากบ้านแต่เช้ามืดวางแผนโทรศัพท์ไปหาว่ามีคนต้องการซื้อหวยหลายใบให้เอาไปส่งด้วย ก่อนจะลวงเข้าไปในสวนลำไยที่เกิดเหตุที่ลับตาคนแล้วใช้ฆ้อนเหล็กสำหรับตีตะปู ทุบไปที่ศีรษะของนางสาวธนวรรณ 3 ครั้งจนล้มลง ยังไม่หนำใจกลังจะไม่ตายได้เดินไปคว้าสายรัดแบบยางยืดรัดคอซ้ำอีกครั้ง แล้วรีบนำฆ้อนไปโยนทิ้งในสระน้ำใกล้ที่เกิดเหตุ นำโทรศัพท์ผู้ตายไปโยนทิ้งในสระน้ำด้วย แต่ไม่ทราบว่าโทรศัพท์ไม่ได้ตกน้ำแต่ไปค้างอยู่ที่ใบกล้วยแห้งที่ลอยในสระจนเป็นหลักฐานสำคัญในการมัดตัวครั้งนี้ นอกจากนั้นด้วยความเร่งรีบได้ทำแว่นสายตาตกในที่เกิดเหตุ เมื่อได้เงินแล้วจึงรีบนำไปไถ่ถอนรถยนต์ที่จำนำไว้ ก่อนจะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำทีเป็นกลับมานั่งอยู่บ้านเฉยๆ ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะนำตัวไปสอบสวนดั หลังรับสารภาพหมดเปลือกเจ้าหน้าที่ไปพาเดินเข้าไปหาภรรยาของผู้ต้องหาซึ่งได้เดินทางมาให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ แต่ภรรยาได้ต่อว่าให้ว่าทำอะไรทำไมไม่คิด นายจันทร์ทิพย์ได้ปล่อยโฮออกมาต่อหน้าภรรยาก่อนจะถูกนำตัวไปสอบสวนบันทึกคำให้การรับสารภาพ เพื่อเตรียมตัวนำไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ พร้อมกับประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยจัดชุดนักประดาน้ำเพื่องมหาหลักฐานเพิ่มเติมที่บริเวณสระน้ำจนพบฆ้อนที่ฆาตกรโหดใช้ทุบหัวเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญดังกล่าว
การเตรียมการทำแผนเป็นไปอย่างเงียบๆ รู้กันเพียงเจ้าหน้าที่ส่วนที่เกี่ยวข้องกับสื่อมวลชนบางสำนักเท่านั้น โดยวางแผนจะนำตัวผู้ต้องหาไปทำแผนในช่วงเช้ามืดของวันที่ 4 พ.ค.60 แต่ที่เกิดเหตุข่าวได้รั่วไปถึงหูชาวบ้านและญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิตต่างพากันมาดูการทำแผนจำนวนมาก เกินการคาดการณ์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาเพียง 10 กว่านาย เมื่อรถนำตัวผู้ต้องหามาที่เกิดเหตุมีชาวบ้านจำนวนหนึ่งได้พากันเฮโลเข้ามาบางคนถือไม้ บางส่วนเป็นชายฉกรรจ์ ทำท่าว่าจะเข้าทำร้ายตัวผู้ต้องหา พ.ต.อ.ไพศาล นันตา ผกก.สภ.จอมทอง เห็นท่าไม่ดีจึงสั่งยกเลิกการทำแผนตรงจุดเกิดเหตุนำตัวผู้ต้องหากลับทันที ช่วงสายชาวบ้านต่างเดินทางมาดูตรงจุดเกิดเหตุมากขึ้น บ้างไปแอบอยู่ตามพุ่มไม้ในสวนลำไยโดยรอบ มีการนำรถยนต์รถจักรยานยนต์ไปซ่อนหวังตบตาเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าไม่มีคนมาดูการทำแผน แต่โดยรอบสวนลำไยเต็มไปด้วยชาวบ้าน ซึ่งชาวบ้านให้เหตุผลว่าเพียงอยากมาดูหน้าฆาตกรเท่านั้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เปลี่ยนแผนเพราะหวั่นความไม่ปลอดภัยเกิดขึ้น ได้ทำการจำลองสถานที่เกิดเหตุโดยไม่ได้แจ้งให้สื่อมวลชนทราบ โดยจำลองใช้สถานที่ใต้ต้นลำไยด้านหลังบ้านพัก พ.ต.อ.ไพศาล นันตา ผกก.สภ.จอมทองติดกับ สภ.จอมทอง แทนสถานที่จริง ใช้เวลาเพียง 15 นาทีเสร็จ เพื่อเตรียมตัวนำส่งฟ้องศาลตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป ขณะที่กระแสข่าวลือจากชาวบ้านว่ายังมีคนร้ายร่วมก่อเหตุอีก แต่จากการสอบถามจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนยืนยันว่าตามแนวทางการสอบสวนยังไม่พบข้อมูลตามที่เป็นข่าวลือแต่อย่างใดเบื้องต้นเชื่อว่าผู้ต้องหาก่อเหตุคนเดียว
ทางด้านญาติพี่น้องได้เตรียมจัดงานศพเพื่อทำการฌาปนกิจในวันอาทิตย์ที่ 7 พ.ค.2560 ช่วงเตรียมงานศพในโลกโซเซียลได้แสดงความเห็นกันอย่างกว้างขวางทั้งด้านบวกด้านลบต่อผู้เสียชีวิต มีอยู่รายหนึ่งเป็นข้าราชการได้แสดงความคิดเห็นที่ลักษณะดูหมิ่นและไม่รู้ความจริงต่อผู้เสียชีวิต มีผู้นำข้อความมาเผยแพร่จนคนที่วิพากษ์วิจารณ์โดนชาวเน็ตถล่มยับ จนทนกระแสไม่ไหวต้องยอมเดินทางไปเคารพขอขมาศพนางสาวธนวรรณ
การเสียชีวิตของนางสาวธนวรรณซึ่งชาวบ้านรู้สึกสงสารและเวทนาครอบครัวของนางสาวธนวรรณเป็นอย่างมาก เนื่องจากนางสาวธวรรณเป็นเสาหลักหาเลี้ยงครอบครัวอีก 4 ชีวิต คือพ่อตาแม่ยายและลูกชายอีก 2 คน ลุกชายคนโตกำลังจะเข้าเรียนระดับอุดมศึกษา ส่วนลูกชายคนเล็กกำลังป่วยเป็นโรคหัวใจป่วยกระเสาะกระแสะ ส่วนสามีได้เสียชีวิตไป 9 ปีเศษเนื่องจากพลุระเบิดใส่ นางสาวธนวรรณได้ปลูกบ้านอยู่บริเวณเดียวกับบ้านพ่อแม่สามี หลังสามีเสียชีวิตก็ยังอาศัยอยู่ที่เดิม โดยเป็นกำลังหลักในการหาเลี้ยงครอบครัว การจากไปอย่างไม่มีวันกลับของนาวสางธนวรรณครั้งนี้สร้างความกังวลของคนที่อยู่ข้างหลังอีก 4 ชีวิต เหมือนเรือที่ขาดหางเสือลอยเคว้งคว้างอยู่กลางทะเล หลังเป็นข่าวหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยื่นมือเข้าช่วยเหลือด้านการเงิน แต่จะเพียงพอหรือพอเพียงสำหรับการใช้ชีวิตในอนาคตที่ไร้เสาหลักในครอบครัวหรือไม่ไม่มีใครทราบได้ แต่เหนือสิ่งอื่นใดแผลในใจของคนที่อยู่ข้างหลังนั้นยากที่จะลบเลือน
ที่มา: http://www.lovethaiupnews.com/2017/05/1-4.html
loading...







ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น