[#ด่วน!] เพิ่ม1ข้อหาหนักกว่าเดิม “เปรี้ยว หั่นศพ”กับพวก มีโทษประหารชีวิตสถานเดียว!!!
loading...

จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 25 พ.ค. 60 เจ้าหน้าที่ สภ.เขาสวนกวาง จังหวัดขอนแก่น ได้รับแจ้งเหตุชาวบ้าน ว่าพบศพหญิงสาวถูกฆ่าหั่นศพแล้วนำมายัดใส่ถังฝังดิน จากการตรวจสอบพบว่าผู้เสียชีวิตเป็นเพศหญิง อายุประมาณ 23 ปี ผมสีดำ ใบหน้ามีรอยบวมช้ำ ที่ลำคอรอยรัดด้วยถุงดำ มีบาดแผลถูกตัดด้วยเลื่อยบริเวณใต้ชายโครงจนขาด ส่วนท่อนล่างมีเชือกจูงสุนัข มัดที่แขนขวา ทราบชื่อต่อมาคือ นางสาววริสรา หรือ น้องแอ๋ม อายุ 22 ปี

จากคดีดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามสืบหาตัวผู้กระทำผิดนั้นทราบว่า ผู้ก่อเหตุนั้นมีทั้งหมด 5 คนเป็นชาย 1 คน หญิง 4 คน เมื่อวันที่ 27 พ.ค.2560 โดยศาลออก หมายจับประกอบด้วย นายวศิน หรือนิว อายุ 22 ปี , น.ส.จิดารัตน์ หรืออ้อม อายุ 21 ปี , น.ส.ปรียานุช หรือเปรี้ยว อายุ 24 ปี , น.ส.กวิตา หรือเอิร์น อายุ 25 ปี และ น.ส.อภิวันทน์ สัตยบัณฑิต” หรือ แจ้ รวม 5 คน ในข้อกล่าวหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และปิดบังซ่อนเร้นทำลายศพ

ในที่สุดเมื่อวันที่ 3 มิ.ย. 60 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามตัวผู้กระทำผิดได้ทั้งหมด และเมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 4 มิ.ย. 60 ได้มีการแถลงข่าวการจับกุมตัวผู้ต้องหาที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และปิดบังซ่อนเร้นทำลายศพ รวมไปถึงปล้นทรัพย์-รับของโจร จากนั้นได้ควบคุมตัวมายังเขตพื้นที่ อ.เขาสวนกวาง เพื่อทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. อธิบดีกรมราชทัณฑ์ นายกอบเกียรติ กสิวิวัฒน์ ได้กล่าวถึงการควบคุมตัว น.ส.ปรียานุช โนนวังชัย หรือเปรี้ยว, น.ส.กวิตา ราชดา หรือเอิร์น และ น.ส.อภิวันทน์ สัตยบัณฑิต หรือแจ้ ผู้ต้องหาคดีฆ่าหั่นศพ น.ส.วริศรา กลิ่นจุ้ย หรือน้องแอ๋ม ซึ่งผู้ต้องขังทั้ง 3 รายนี้จะถูกควบคุมตัวไว้ยังแดนหญิงของเรือนจำกลางขอนแก่น และตามระเบียบของเรือนจำแล้ว เมื่อมีการรับผู้ต้องขังใหม่เข้ามาภายในเรือนจำ ก็จะต้องทำการตรวจร่างกาย พร้อมทั้งทำประวัติผู้ต้องขังใหม่ ก่อนนำตัวไปควบคุมตัวไว้ยังแดนแรกรับ เบื้องต้นไม่ได้รับรายงานจากผู้บัญชาการเรือนจำกลางขอนแก่น


ในวันนี้ (6 มิ.ย.) นายวีรชัย เพชรรัตน์ ผู้บัญชาการเรือนจำกลางขอนแก่น กล่าวถึงการควบคุมตัวน.ส.ปรียานุช โนนวังชัย หรือ เปรี้ยว, น.ส.กวิตา ราชดา หรือเอิร์น และ น.ส.อภิวันทน์ สัตยบัณฑิต หรือแจ้ ว่า หลังจากทางเรือนจำกลางขอนแก่นได้รับตัวผู้ต้องขังทั้ง 3 ราย มาอยู่ในการควบคุมตัวนั้น เจ้าหน้าที่ได้ทำประวัติผู้ต้องหา พิมพ์ลายนิ้วมือ และให้พยาบาลวิชาชีพมาทำการตรวจสุขภาพร่างกาย อีกทั้งได้ทำการตรวจปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติดซึ่งเป็นไปตามระเบียบของทางเรือนจำที่จะต้องตรวจหสารเสพติดของผู้ต้องขังเข้าใหม่

โดยผลการตรวจปัสสาวะของ น.ส.ปรียานุช กับ น.ส.กวิตา เป็นปกติ ส่วน น.ส.อภิวันทน์ นั้นผลตรวจออกมาไม่ชัดเจน เจ้าหน้าที่จึงทำการซักถาม ซึ่ง น.ส.อภิวันทน์ ยอมรับว่าได้ใช้ยาเสพติดครั้งล่าสุดเมื่อ 5 วันที่ผ่านมา ช่วงที่หลบหนีอยู่ในประเทศเมียนมา ก่อนเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยทางเรือนจำจะส่งผลตรวจของ น.ส.อภิวันทน์ ไปให้กับศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อตรวจสอบอีกครั้ง และตลอดการซักถามประวัติเพื่อทำประวัตินั้น น.ส.ปรียานุช หรือเปรี้ยว มีอาการ้องไห้อยู่ตลอดเวลา จนทำให้ไม่สามารถให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ได้ครบถ้วน ซึ่งในวันนี้ทางเรือนจำจะส่งนักจิตวิทยาเข้าไปพูดคุยกับผู้ต้องขังทั้ง 3 คน เพื่อให้เขารู้สึกผ่อนคลาย ไม่เครียด เนื่องจากผู้ต้องขังทั้งหมดอาจเกิดความกังวลและความกลัวในการที่จะต้องใช้ชีวิตอยู่ภายในเรือนจำ ซึ่งเป็นเหมือนผู้ต้องขังใหม่ทั่วไปที่เพิ่งเข้ามาอยู่ในเรือนจำ

และในวันนี้ทางสถานพยาบาลจะทำหนังสือไปถึงโรงพยาบาลขอนแก่น เพื่อขอให้ส่งนักจิตแพทย์มาทำการพูดคุยและทำประวัติผู้ต้องขังทั้ง 3 คนอย่างละเอียด เพื่อดูพฤติกรรมและความคิด เนื่องจากอธิบดีกรมราชทัณฑ์ได้สั่งการลงมา เพราะคาดว่าอาจจะมีความคิดผิดปกติ ซึ่งคดีที่ก่อไม่น่าเชื่อว่าผู้หญิงจะเป็นผู้กระทำได้ และคาดว่าประมาณ 2-3 วัน ทางจิตแพทย์จะเดินทางมาทำการตรวจดังกล่าว

ทั้งนี้ ผู้ต้องขังทั้ง 3 คน ยังไม่ได้ร้องขออะไรเป็นพิเศษ ทางเรือนจำดูแลเหมือนผู้ต้องขังทั่วไป และได้มีการจัดผู้ต้องขังหญิงชั้นดีประกบ 2 คนต่อ 1 ผู้ต้องขัง เพื่อคอยสอดส่องดูแล และวันนี้จะทำการแยกห้องนอน โดยไม่ให้ผู้ต้องขัง 3 คน นอนห้องเดียวกัน เนื่องจากเป็นคู่คดีเดียวกัน เสื้อผ้า สิ่งของเครื่องใช้ ก็ให้ใช้เหมือนผู้ต้องขังคนอื่นๆ
ด้านนายวีรชัย กล่าวต่อว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานว่ามีญาติหรือครอบครัวเดินทางมาเยี่ยมผู้ต้องขังทั้ง 3 ราย และเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ผู้ต้องทั้ง 3 คน ได้ตื่นนอนมาทำกิจกรรมในช่วงเช้า ก่อนจะขอกลับขึ้นไปนอน เนื่องจากให้เหตุผลว่ายังมีอาการเพลียพักผ่อนไม่เพียงพอ เพราะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบปากคำตั้งแต่เช้าถึงค่ำ ซึ่งเรือนจำก็ได้ให้อนุญาต เพราะช่วงแรกเป็นการปรับตัวของผู้ต้องขังใหม่
ซึ่งโดยภาพรวมแล้วนั้น สภาพของผู้ต้องหาใหม่ทั้ง 3 คน มีความเครียด โดยเฉพาะ “เปรี้ยว” ที่มีอาการเครียดอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากยังคงปรับสภาพร่างกายไม่ได้ ซึ่งท่านอธิบดีกรมราชทัณฑ์ได้เน้นย้ำแนวทางการปฎิบัติอย่างรัดกุมและให้มีการรายงานผลการปฎิบัติ โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัยของผู้ต้องหานั้น มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดเพื่อตรวจจับความเคลื่อนไหว เพราะเกรงว่าผู้ต้องหาจะคิดสั้น อีกทั้งยังคงมีการจัดพี่เลี้ยง ประกบดูแลและป้องกันเหตุร้าย ตลอด 24 ชั่วโมง เพราะในทุกช่วงเวลานั้นเจ้าหน้าที่ไม่ทราบถึงความคิดของผู้ต้องหาทั้งหมด โดยเฉพาะเปรี้ยวที่มีอาการเครียดกว่าคนอื่นๆ

ล่าสุด ในขณะนี้ นายวศินยังคงถูกคุมขังอยู่ที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่น ส่วนน.ส.จิดารัตน์ ถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำกลางขอนแก่น ตามคำสั่งศาลในการคุมขังผู้ต้องหาในระหว่างการสอบสวน ผลัดแรกเป็นเวลา 12 วัน ด้านนายธนัญชัย ทนายความของ “วศินและเบนซ์” ได้เคยยื่นประกันตัว น.ส.เบนซ์ แล้ว 1 ครั้ง ซึ่งเป็นผู้ต้องหาคนเดียวที่ให้การปฎิเสธทุกข้อกล่าวหาไปแล้ว ซึ่งศาลได้พิจารณาไม่อนุญาตให้ประกันตัว เนื่องจากมีความเห็นว่าเป็นคดีร้ายแรงและมีอัตราโทษสูง ทำให้ขณะนี้ทีมทนายความและครอบครัวของผู้ต้องหาทั้ง 2 ต้องหารือกันใหม่ และต้องยื่นหลักทรัพย์ประกันตัวขั้นต้นเป็นหลักล้านบาท โดยมีเพียงนายวศิน คนเดียวที่ตำรวจคัดค้านการประกันตัว ส่วนน.ส.เบนซ์นั้นไม่คัดค้านแต่อย่างใด แต่จะยังคงไม่ยื่นขอประกันตัวในระยะนี้เพราะคดียังคงเป็นที่สนใจของประชาชน

และนายธนัญชัย ยังกล่าวต่ออีกว่า เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. ได้มีการขอเข้าพบผู้ต้องหาที่ร่วมในคดีดังกล่าวอีก 3 คน คือ เปรี้ยว , เอิร์น และแจ้ แต่เจ้าหน้าที่ศาลไม่อนุญาตให้เข้าพบ จึงจะมีการประสานเข้าพบผู้ต้องหาทั้ง 5 คนอีกครั้ง ในฐานะทนายความของผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ที่จะต้องสอบสวนและทำสำนวนต่างๆเพื่อต่อสู้คดีตามข้อกล่าวหาทั้งหมด ทางลูกความของตนเองทั้ง 2 คน ยังคงมีกำลังใจและให้ความร่วมมือต่างๆเป็นอย่างดี และจากการเข้าพบเพื่อพูดคุยกันนั้นมีการให้การที่เป็นประโยชน์ และในการขออำนาจศาลฝากขัง ผลัดแรก 12 วันนั้น ทางทนายจะต้องมีการขอเข้าพบกับผู้ต้องหาทั้งหมดบ่อยครั้งเพื่อความละเอียดในการทำเอกสารของคดี
loading...

วศิน

จิดารัตน์ หรือ อ้อม

ล่าสุดมีรายงานเบื้องต้นว่า หลังจากการนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ในวันที่ 5 มิ.ย ที่ผ่านมา โดย “เปรี้ยว” ได้กราบขอขมาต่อญาติของน้องแอ๋มและบอกว่า “ไม่ได้มีเจตนาและไม่ได้ตั้งใจฆ่าน้อง” ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งข้อหาทั้ง 5 ผู้ต้องหา เพิ่มอีก 1 ข้อหาคือ “ฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน”



ที่มา: khaophiset
loading...
loading...

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น